สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1

ทิศทางการพัฒนาการศึกษา

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

ทิศทางการพัฒนาการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

วิสัยทัศน์

องค์กรคุณภาพ สร้างคนดี มีความสุข เกิดสมรรถนะและทักษะแห่งอนาคต

ค่านิยมองค์กร

บริการเด่น เน้นทีมงาน สรรค์สร้างคุณภาพ (STQ)

ภาพรวม

พันธกิจ

  1. 3.1
    ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความจงรักภักดีและความมั่นคงในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะลูกพ่อขุนผาเมือง
  2. 3.2
    ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศของผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามหลักสูตร และทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต
  3. 3.3
    พัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มีสมรรถนะวิชาชีพ ทักษะดิจิทัลและนวัตกรรม และมีความสุขในการทำงาน
  4. 3.4
    สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงเท่าเทียม ผู้เรียนมีความสุขและปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ
  5. 3.5
    พัฒนาสถานศึกษาและระบบบริหารจัดการศึกษาทุกระดับให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และจัดการศึกษาเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  6. 3.6
    พัฒนาระบบการบริหารจัดการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

เป้าประสงค์รวม

  1. 4.1
    ผู้เรียนมีความจงรักภักดีและความมั่นคงในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะลูกพ่อขุนผาเมือง
  2. 4.2
    ผู้เรียนมีสมรรถนะตามศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน มีสมรรถนะตามหลักสูตร และทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคตเพื่อความเป็นเลิศ
  3. 4.3
    ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะวิชาชีพ ทักษะดิจิทัลและนวัตกรรม และมีความสุขในการทำงาน
  4. 4.4
    ผู้เรียนได้รับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม มีความสุขและปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ
  5. 4.5
    สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  6. 4.6
    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

กลยุทธ์

จุดเน้น

  1. 1

    ปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติ และการเรียนรู้ประวัติศาสตร์

  2. 2

    เสริมสร้างความปลอดภัย

  3. 3

    ส่งเสริมการอ่านให้เป็นวิถีปฏิบัติ

  4. 4

    ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย

  5. 5

    ส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนรายบุคคลสู่ความเป็นเลิศ

  6. 6

    พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา

  7. 7

    พัฒนาระบบบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและโปร่งใส

ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และแนวทางการพัฒนา

แนวทางการพัฒนาแยกเป็นระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและระดับสถานศึกษา

กลยุทธ์ที่ 1 เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนทุกคน

6 ตัวชี้วัด
  • ตัวชี้วัดที่ 1

    ร้อยละของสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายเหมาะสมกับผู้เรียน

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (14 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 1
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์บริบทและจัดกลุ่มสถานศึกษา เพื่อกำหนดแผนงาน โครงการ กิจกรรม ในการจัดรูปแบบการศึกษาที่หลากหลายและเหมาะสมกับผู้เรียน แต่ละกลุ่มเป้าหมาย (เช่น กลุ่มโรงเรียนคุณภาพ, กลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก, กลุ่มการศึกษาทางเลือก)
    2. Plan จัดทำฐานข้อมูลประชากรวัยเรียน (Big Data) ที่ครอบคลุมและเป็นปัจจุบัน เชื่อมโยงข้อมูล ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อการศึกษาวิเคราะห์ และวางแผนการส่งต่อผู้เรียน เข้าสู่รูปแบบการศึกษาที่เหมาะสม
    3. Do แจ้งนโยบายและแนวปฏิบัติ การจัดการศึกษาทางเลือกและการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกัน ให้สถานศึกษา รับทราบและถือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในรูปแบบการจัดการศึกษาที่หลากหลาย
    4. Do ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาใช้ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการรับนักเรียน การให้บริการทางการศึกษา และการแนะแนวการส่งต่อผู้เรียนให้จบการศึกษาภาคบังคับ รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการขออนุญาตจัดการศึกษาโดยครอบครัว (Home School) และศูนย์การเรียน
    5. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม การนำข้อมูลไปใช้ในการจัดการศึกษาและการให้บริการทางการศึกษา รวมถึงการส่งต่อผู้เรียนตามความเหมาะสม โดยใชกระบวนการนิเทศแบบกัลยาณมิตร
    6. Check ประเมิน วิเคราะห์ และสังเคราะห์ผลการดำเนินงาน ตามตัวชี้วัดความสำเร็จ พร้อมทั้งเผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน ผ่านช่องทางที่หลากหลาย
    7. Act นำผลการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรค ที่ได้มาปรับปรุงและพัฒนา รูปแบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดวิธีการดำเนินงานที่ชัดเจน และยั่งยืน
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan สำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล เพื่อคัดกรองความถนัด ความสนใจ และความต้องการจำเป็นพิเศษ สำหรับใช้เป็นฐานข้อมูลในการออกแบบการจัดการเรียนรู้
    2. Plan การบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์และการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น โดยสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือกับท้องถิ่น ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อ ร่วมกันกำหนดทิศทางพัฒนาผู้เรียน และรูปแบบการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบท
    3. Do การบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา ฐานสมรรถนะ และการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
    4. Do พัฒนาครูและบุคลากร ให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตามความถนัดและบริบทของสถานศึกษา
    5. Do การบูรณาการการใช้สื่อเทคโนโลยี และสื่อการเรียนรู้ ที่ทันสมัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime)
    6. Check การวัดและประเมินผลตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อสะท้อนศักยภาพผู้เรียนอย่างรอบด้าน
    7. Act สรุปผลการดำเนินงานและถอดบทเรียน (AAR) เพื่อนำผลการประเมินมาปรับปรุงแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในปีการศึกษาถัดไป
  • ตัวชี้วัดที่ 2

    ร้อยละของสถานศึกษามีการนำข้อมูลสารสนเทศ มาใช้ในการรับและให้บริการการศึกษา และมีการส่งต่อ ผู้เรียน ระดับปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเป็นระบบ

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (12 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 2
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan แจ้งนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน และการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ ให้สถานศึกษาทุกแห่งดำเนินการและถือปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด
    2. Plan กำหนดแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม เพื่อขับเคลื่อนการรับนักเรียน และการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เข้าถึงบริการทางการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569
    3. Do จัดทำ และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (DMC) เพื่อเก็บรวบรวมเชื่อมโยงข้อมูล ศึกษาวิเคราะห์ จำแนกสภาพปัญหา สำหรับใช้เป็นฐานข้อมูล (Big Data) เพื่อวางแผนการจัดบริหารการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน รายบุคคล
    4. Do ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาบุคลากร ให้สถานศึกษาใช้ข้อมูลเพื่อการรับและให้บริการการศึกษา รวมถึงการส่งต่อผู้เรียนระดับปฐมวัย ระหว่างระดับชั้น โดยเฉพาะรอยต่อช่วงชั้นที่สำคัญ ได้แก่ จากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก/อนุบาล สู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และจากชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 อย่างราบรื่น
    5. Check กำกับ ติดตาม การนำข้อมูลไปใช้ในการรับและให้บริการการศึกษา รวมถึงการส่งต่อผู้เรียนระดับปฐมวัย ระหว่างระดับชั้น โดยเฉพาะรอยต่อช่วงชั้นที่สำคัญ ผ่านระบบสารสนเทศและการลงพื้นที่เชิงประจักษ์
    6. Check ประเมินผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลการดำเนินงาน เผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน และมอบเกียรติบัตรโรงเรียนที่ทำข้อมูลได้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน
    7. Act นำผลการดำเนินงานและผลที่ได้จากการจัดการความรู้มาปรับปรุง แก้ไขปัญหา และพัฒนาต่อยอดวิธีการดำเนินงาน ด้านการบริหารจัดการข้อมูลและการให้บริการการศึกษา ในปีถัดไป
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan ปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการรับนักเรียน และการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศตามที่ต้นสังกัดกำหนด
    2. Plan การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศสถานศึกษา ให้ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และเข้าถึงระบบบริหารจัดการสำมะโนประชากรวัยเรียนในเขตพื้นที่บริการ เพื่อตรวจสอบข้อมูลเด็ก และวางแผนเชิงรุก สำหรับการรับนักเรียน
    3. Do จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์การรับนักเรียนหลากหลายรูปแบบผ่านช่องทางออนไลน์ของโรงเรียน เครือข่ายชุมชน และดำเนินการจัดกิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ (Open House) เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับผู้ปกครอง
    4. Do สถานศึกษาจัดกิจกรรมเชื่อมรอยต่อกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชน โดยมีการประชุมส่งมอบข้อมูลรายบุคคล และแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) เพื่อให้สถานศึกษามีข้อมูลในการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละบุคคล ได้ทันทีเมื่อเปิดภาคเรียน
    5. Check Act สถานศึกษามีแผนขับเคลื่อนในระดับสถานศึกษา โดยแบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่
      1. ระยะเตรียมการ/การประเมินความพร้อม (Plan)
      2. ระยะดำเนินการ/วิเคราะห์ข้อมูล (Do)
      3. ระยะติดตาม/สรุปสถิติการมาเรียน ผลการเรียน (Check)
      4. ระยะพัฒนา/แลกเปลี่ยนเรียนรู้ PLC และนำผลมาปรับปรุงแผนงาน (Act)
  • ตัวชี้วัดที่ 3

    ร้อยละของผู้เรียนที่เป็นผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม ตามความจำเป็นและศักยภาพ

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (17 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 3
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan กำหนดปฏิทินและแนวทางการคัดกรองนักเรียนพิการและผู้ด้อยโอกาส พร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศ (Big Data) ผ่านระบบ SET และ DMC เพื่อใช้ในการวางแผนจัดสรรงบประมาณและสิ่งอำนวยความสะดวกสื่อบริการ
    2. Plan แจ้งแนวปฏิบัติการพัฒนาโรงเรียนการจัดการเรียนรวม/โรงเรียนจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส ให้สถานศึกษาทราบและถือปฏิบัติ
    3. Do สร้างความรู้ ความเข้าใจ แก่ครูผู้สอนและสถานศึกษาในการจัดทำแผนผังการดูแลช่วยเหลือ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และแผนการสอนรายบุคคล (IIP) สำหรับเด็กพิการเรียนรวม/เด็กด้อยโอกาส ให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน
    4. Do ส่งเสริมให้ครูผู้สอนและสถานศึกษาจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย (Active Learning) เลือกใช้สื่อการเรียนรู้ เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อบริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ที่สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของแต่ละบุคคล
    5. Do ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายบูรณาการความร่วมมือช่วยเหลือนักเรียนเด็กพิเศษเรียนรวม/เด็กด้อยโอกาส เพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียน ให้มีกระบวนการส่งต่อนักเรียนเพื่อไม่ให้นักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา
    6. Check ส่งเสริมให้ครูผู้สอนและสถานศึกษามีการวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนกลุ่มเด็กพิเศษ และเด็กด้อยโอกาส ตามสภาพจริงและสอดคล้องกับแผน IEP
    7. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม คุณภาพการจัดการเรียนรวม และนำผลการดำเนินงานมาวิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อจัดทำเป็นเอกสารเผยแพร่ต่อสาธารณชน
    8. Act นำผลการดำเนินงานมาปรับปรุงเพื่อพัฒนาต่อยอดวิธีการดำเนินงาน และการจัดสรรความช่วยเหลือ ในปีถัดไป
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan ดำเนินการตามแนวทางการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการคัดกรอง และสำรวจข้อมูลนักเรียนทุกคนในชั้นเรียน เพื่อจำแนกกลุ่มเป้าหมายให้ถูกต้อง
    2. Plan แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) ประจำสถานศึกษา และจัดทำแผน IEP/IIP ภายในเวลาที่กำหนด
    3. Do พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเรียนรวมให้เป็นไปตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และดำเนินการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ห้องเรียน ห้องน้ำ ให้เอื้อต่อการเรียนรู้และการดำรงชีวิตของนักเรียนพิการ (Universal Design)
    4. Do จัดการเรียนรู้แบบเรียนรวม โดยมีเทคนิคการสอนที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เหมาะสมกับการเรียนรู้ของแต่ละคน พร้อมทั้งการจัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริมให้นักเรียนที่เรียนรู้ช้า
    5. Do จัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมตามความพิการของผู้เรียนทั้ง 9 ประเภท และเด็กด้อยโอกาส และดำเนินการจัดการทุนการศึกษา และสวัสดิการพื้นฐานให้ครบถ้วน
    6. Do สร้างเครือข่ายบูรณาการความร่วมมือ กับผู้ปกครองและชุมชน ในการช่วยเหลือนักเรียน เด็กพิการเรียนรวม และเด็กด้อยโอกาส ไม่ให้หลุดระบบการศึกษา
    7. Check ดำเนินการวัดและประเมินผลผู้เรียนตามสภาพจริง และตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในแผน (IEP) โดยไม่ใช้เกณฑ์เดียวกับเด็กปกติมาตัดสิน
    8. Check นิเทศ กำกับติดตาม การนำแผน IEP ไปสู่การปฏิบัติในชั้นเรียน อย่างต่อเนื่อง
    9. Act สรุป ทบทวน แผน IEP วิเคราะห์ และรายงานผลการพัฒนาคุณภาพชีวิต และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนพิการและเด็กด้อยโอกาส เสนอต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสาธารณชน เพื่อวางแผนพัฒนาต่อเนื่องในปีต่อไป
  • ตัวชี้วัดที่ 4

    ร้อยละของเด็กออกกลางคัน ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสม

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 90
    แนวทางการพัฒนา (13 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 4
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศนักเรียนออกกลางคันและนักเรียนที่มีแนวโน้มออกกลางคัน (Big Data) เพื่อจำแนกสาเหตุและกลุ่มเป้าหมาย และแจ้งนโยบายและแนวปฏิบัติในการดำเนินงานช่วยเหลือเด็กออกกลางคันและได้รับการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสม (เช่น การศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย หรือ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ) ให้สถานศึกษาถือปฏิบัติ
    2. Do สร้างการรับรู้ให้กับสถานศึกษาและผู้ปกครอง ให้มีความรู้ ความเข้าใจแนวทางการกำกับ ติดตาม ช่วยเหลือเด็กออกกลางคัน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาภาคบังคับ
    3. Do กำหนดให้สถานศึกษามีการคัดกรอง และใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในการประเมินประเด็นแนวโน้มการออกกลางคันของนักเรียน อย่างเข้มข้น
    4. Do สร้างเครือข่ายและส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาบูรณาการร่วมกับเครือข่าย สหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น พมจ., มหาดไทย, สาธารณสุข) ในการช่วยเหลือนักเรียน ป้องกันการออกกลางคัน และ ประสานส่งต่อเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือฝึกอาชีพตามความเหมาะสม
    5. Check นิเทศ กำกับ ติดตามการดำเนินงานในการช่วยเหลือเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา ผ่านระบบติดตามทางอิเล็กทรอนิกส์ (Dropout) และการลงพื้นที่เชิงประจักษ์
    6. Check ประเมินผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ ผลการดำเนินงาน และเผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน
    7. Act นำผลการดำเนินงานมาปรับปรุงแก้ไขปัญหาและดำเนินการต่อยอดวิธีการดำเนินงาน เชิงรุกในปีถัดไป เพื่อให้เกิดความยั่งยืน (Zero Dropout)
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan วิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนรายบุคคลเพื่อคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และกำหนดแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม เพื่อป้องกันลดโอกาสการออกกลางคัน และป้องกันไม่ให้เกิดการออกจากระบบฯ เช่น ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โครงการพาน้องกลับมาเรียน โครงการเยี่ยมบ้าน 100%
    2. Plan สร้างความเข้าใจแนวปฏิบัติในการดำเนินงานช่วยเหลือเด็กออกกลางคัน และได้รับการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสม ให้กับครูและผู้ปกครอง เพื่อให้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในการดูแลบุตรหลาน
    3. Do สร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกเพื่อสำรวจ ติดตามและป้องกันเด็กออกกลางคัน และนำกลับเข้าสู่ระบบ โดยจัดทีมติดตามค้นหาเด็กตกหล่น ลงพื้นที่ติดตามเด็กหลุดจากระบบกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา
    4. Do ดำเนินการช่วยเหลือทางการเงิน เชื่อมโยง/จัดหา/สนับสนุนทุนการศึกษา เช่น ทุนการศึกษาจากกองทุนเพื่อความเสมอภาค (กสศ.) กองทุนระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และอื่นๆ เพื่อขจัดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่าย
    5. Do จัดการศึกษาในรูปแบบที่ยืดหยุ่น เหมาะสมและหลากหลาย หรือการส่งต่อการศึกษาทางเลือก ให้กับนักเรียนกลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษและกลุ่มเปราะบาง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนเป็นสำคัญ
    6. Check Act ติดตามดูแลประคับประคองนักเรียนที่กลับเข้าสู่ระบบ ไม่ให้ออกกลางคันซ้ำ สรุปและรายงาน ผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค ต่อหน่วยงานต้นสังกัด
  • ตัวชี้วัดที่ 5

    ร้อยละของเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษา และเด็กตกหล่น ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษา ด้วยรูปแบบที่เหมาะสม

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 15
    แนวทางการพัฒนา (18 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 5
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan บูรณาการฐานข้อมูลประชากรวัยเรียนร่วมกับฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดทำ "บัญชีรายชื่อเด็กตกหล่นและเด็กนอกระบบ" จำแนกรายพื้นที่ และแจ้งนโยบายและแนวปฏิบัติในการดำเนินงานช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาและเด็กตกหล่นให้กับเข้าสู่ระบบการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม
    2. Plan สร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อให้สถานศึกษามีการดำเนินการช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาและเด็กตกหล่นให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม (ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย)
    3. Do กำหนดให้สถานศึกษามีการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการติดตามช่วยเหลือเด็กตามแนวปฏิบัติ เชิงรุก (Proactive Approach)
    4. Do ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาบูรณาการร่วมกับเครือข่าย สหวิชาชีพ (เช่น พมจ., สาธารณสุข, ผู้นำชุมชน) ในการติดตาม ค้นหา เด็กนอกระบบการศึกษาและเด็กตกหล่น และช่วยเหลือ ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาตามความเหมาะสม ของสภาพปัญหา
    5. Check กำกับ ติดตามการดำเนินงานในการช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาและเด็กตกหล่นให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลและการลงพื้นที่ติดตามกรณีเร่งด่วน
    6. Check Act ประเมินผล นำผลการประเมินมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ทางสังคม
    7. Act นำผลการดำเนินงานมาปรับปรุงแก้ไขปัญหาและดำเนินการต่อยอดวิธีการดำเนินงาน เพื่อยกระดับมาตรการช่วยเหลือ ในปีถัดไป ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan ตรวจสอบฐานข้อมูลประชากรวัยเรียนในเขตบริการเทียบกับข้อมูลนักเรียนจริง และดำเนินการสำรวจสำมะโนประชากรในหมู่บ้านชุมชน เพื่อยืนยันตัวตนและที่อยู่ปัจจุบันของเด็กที่ยังไม่ได้เข้าเรียนว่ามีตัวตนจริง ย้ายถิ่นฐานหรือไปเรียนที่อื่น
    2. Plan สำรวจ คัดกรอง ติดตามเด็กออกกลางคัน เด็กตกหล่น และ/หรือไม่ได้ศึกษาต่อ ให้เข้ากลับสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษา หรือฝึกอาชีพ
    3. Plan กำหนดแผนงาน โครงการ กิจกรรม ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อรองรับเด็กที่กลับเข้าสู่ระบบ
    4. Do ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ดำเนินการคัดกรองและประเมินความพร้อมของเด็กที่ตกหล่น เข้ากลับสู่ระบบทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความรู้พื้นฐาน เพื่อจัดระดับชั้นเรียนที่เหมาะสม
    5. Do จัดทำแผนการเรียนรู้ หรือจัดสอนซ่อมเสริม ปรับพื้นฐานความรู้ให้แก่นักเรียนที่กลับเข้าสู่ระบบในช่วงแรก เพื่อลดช่องว่างทางการเรียนรู้
    6. Do ให้คำปรึกษาและวางแผนการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ สำหรับเด็กที่มีอายุมาก โดยแนะนำทางเลือกที่เหมาะสม เช่น การศึกษานอกระบบ (สกร.) หรือการฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น
    7. Do สร้างและประสานเครือข่าย ผู้นำชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น ในการนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษา อย่างยั่งยืน
    8. Do ประสานขอรับการสนับสนุนทุนการศึกษาจาก กสศ. (ทุนเสมอภาคทางการศึกษา) หรือระดมทรัพยากรจากภาคเอกชน ให้แก่เด็กที่กลับเข้าสู่ระบบที่มีฐานะยากจน เพื่อขจัดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่าย
    9. Do ดำเนินการบันทึกข้อมูลนักเรียนที่กลับเข้าสู่ระบบลงในระบบ DMC และระบบติดตามเด็กตกหล่นให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน พร้อมระบุประเภทการเข้าสู่ระบบ เพื่อยืนยันผลการดำเนินงาน
    10. Check ติดตามผลการเรียนและการปรับตัวของนักเรียนที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง และรายงานให้เขตพื้นที่การศึกษาเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบซ้ำสอง (Zero dropout)
    11. Act สรุปทบทวนวิเคราะห์และรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงกระบวนการดูแลช่วยเหลือในปีต่อไป
  • ตัวชี้วัดที่ 6

    ร้อยละของผู้เรียนที่เป็นผู้มีความสามารถพิเศษ ได้รับการส่งเสริมศักยภาพที่เหมาะสม

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 95
    แนวทางการพัฒนา (12 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 6
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศความสามารถพิเศษของนักเรียนในสังกัด และกำหนดนโยบาย/แนวทาง จัดทำแผนงาน/โครงการและกิจกรรมการส่งเสริมผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ให้ได้รับการส่งเสริมศักยภาพที่เหมาะสม และต่อเนื่อง
    2. Do ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาพัฒนาผู้เรียนตามพหุปัญญารายบุคคล โดยจัดทำแนวทางการสำรวจแววความสามารถพิเศษด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และพัฒนาเครื่องมือคัดกรองที่ได้มาตรฐาน และการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล (Multiple Intelligence)
    3. Do ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หลักสูตรเพิ่มเติม และการวัดและประเมินผล (Assessment For Learning) ด้วยวิธีที่หลากหลายตามพหุปัญญารายบุคคล (Multiple Intelligence) รวมถึงการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานเฉพาะทางเพื่อต่อยอดศักยภาพผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ
    4. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล (Multiple Intelligence) โดยเน้นการประเมินเชิงประจักษ์จากผลงานนักเรียน
    5. Act รายงานการดำเนินงาน และนำผลการดำเนินงานมาปรับปรุง แก้ไขปัญหา และพัฒนาต่อยอดวิธีการดำเนินงาน และการขยายผลรูปแบบการพัฒนา ในปีถัดไป
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan ดำเนินการตามนโยบาย แนวทาง และวางแผนการพัฒนาผู้เรียนตามพหุปัญญารายบุคคล (Multiple Intelligence) โดยแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานที่ชัดเจน
    2. Plan Do ดำเนินการนำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ดำเนินการสำรวจแววความสามารถพิเศษด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และจัดทำฐานข้อมูลนักเรียนรายบุคคล
    3. Do ส่งเสริม สนับสนุนให้ครูผู้สอนจัดการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมการศึกษา หรือวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best practice) ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน
    4. Do จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนตามพหุปัญญารายบุคคล (Multiple Intelligence) จัดทำแผนพัฒนาศักยภาพรายบุคคล (Individual Development Plan: IDP) สำหรับนักเรียนที่มีความสามารถโดดเด่น และจัดเวทีแสดงความสามารถ การประกวด/แข่งขัน ฯลฯ
    5. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล (Multiple Intelligence) อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
    6. Act สรุป ทบทวน วิเคราะห์ และรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมเผยแพร่ผลการดำเนินงาน และยกย่องเชิดชูเกียรตินักเรียนและครูผู้ฝึกสอน
    7. Act นำผลการดำเนินงานมาปรับปรุง พัฒนาต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สูงขึ้น

กลยุทธ์ที่ 2 ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง

13 ตัวชี้วัด
  • ตัวชี้วัดที่ 7

    ร้อยละ 98 ของผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะ และทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 98
    แนวทางการพัฒนา (14 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 7
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan วิเคราะห์และใช้ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สมรรถนะที่สำคัญ และพัฒนาการของผู้เรียนจากสถานศึกษาในสังกัดเป็นฐานข้อมูล ในการขับเคลื่อนการพัฒนา คุณภาพผู้เรียนรายบุคคล
    2. Plan กำหนดนโยบายและเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนด้านสมรรถนะ สำคัญ 5 ประการ และทักษะที่จำเป็น ในศตวรรษที่ 21 ให้มีทิศทางเดียวกันทั้งเขตพื้นที่การศึกษา
    3. Do ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาในการ ปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะเป็นฐาน
    4. Do พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การวัดและประเมินผล ฐานสมรรถนะ และการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
    5. Check นิเทศ ติดตาม ให้คำปรึกษา และเสริมพลัง การดำเนินงานของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าและแก้ปัญหาร่วมกัน
    6. Check ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การถอดบทเรียน (AAR) และการขยายผลแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ระหว่างสถานศึกษาในสังกัด เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง
    7. Act ติดตาม ตรวจสอบ และสรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดอย่างเป็นระบบ เพื่อนำผลไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการขับเคลื่อนให้บรรลุค่าเป้าหมายร้อยละ 98 อย่างยั่งยืน
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan วิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลและรายกลุ่ม ทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พฤติกรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อนำไปใช้วางแผนพัฒนาผู้เรียนอย่างตรงจุด
    2. Plan กำหนดสมรรถนะและทักษะเป้าหมายของผู้เรียนให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการจำเป็นของสถานศึกษา และบูรณาการลงสู่โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
    3. Do จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง) ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ ลงมือทำ คิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหา
    4. Do จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เช่น โครงการค่ายวิชาการ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านคณิตศาสตร์ การอ่าน และการเขียน ควบคู่กับการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ตามความถนัดและความสนใจ
    5. Do ส่งเสริมการพัฒนาทักษะชีวิต ความรับผิดชอบ วินัยในตนเอง และจิตสาธารณะของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมกิจวัตรประจำวันและโครงการคุณธรรม
    6. Check นิเทศ ติดตามและประเมินพัฒนาการของผู้เรียนทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและด้านสมรรถนะ ด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย พร้อมจัดเก็บหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างเป็นระบบ
    7. Act นำผลการนิเทศ การประเมิน และข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback) มาปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะตามเกณฑ์ที่กำหนด
  • ตัวชี้วัดที่ 8

    ร้อยละ 98 ของผู้เรียนปฐมวัยในสังกัดมีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 98
    แนวทางการพัฒนา (10 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 8
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยรายด้าน (SAR) เพื่อกำหนดจุดเน้น และกำหนดแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม/แนวทาง/รูปแบบ วิธีการขับเคลื่อนพัฒนาครูปฐมวัย ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
    2. Do ดำเนินการพัฒนาครูปฐมวัย ด้านเทคนิคการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การส่งเสริมทักษะสมอง (EF) และจิตวิทยาพัฒนาการเด็ก
    3. Do ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรปฐมวัย จัดประสบการณ์การเรียนรู้/กิจกรรมต่างๆ/การใช้สื่อ/การจัดบรรยากาศการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย อย่างรอบด้าน และส่งเสริมสนับสนุนสื่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้แก่โรงเรียนขนาดเล็ก
    4. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ ผลการดำเนินงานด้วยกระบวนการนิเทศแบบกัลยาณมิตรและเสริมพลัง และเผยแพร่ผลการดำเนินงานเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติสถานศึกษาต้นแบบ (Best Practice)
    5. Act นำผลการดำเนินงานที่ได้มาปรับปรุง แก้ไขปัญหา และพัฒนาต่อยอดวิธีดำเนินงาน และการช่วยเหลือเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า ในปีถัดไป
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan พัฒนาหลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัยให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น จัดทำแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้และแนวทางวิธีการพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่เน้นการเรียนปนเล่น
    2. Plan Do ส่งเสริม สนับสนุนครูปฐมวัยเข้ารับการพัฒนาหลากหลายรูปแบบ และสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิคการสอน
    3. Do ดำเนินการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ กิจกรรมต่างๆ (6 กิจกรรมหลัก) การใช้สื่อ และการจัดบรรยากาศการเรียนรู้ พร้อมทั้งร่วมมือกับผู้ปกครองในการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามบริบท และให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการลูกที่บ้าน
    4. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ กิจกรรมต่างๆ ตามรูปแบบของเด็กปฐมวัย และการคัดกรองวัดแววความสามารถพิเศษ
    5. Check Act สรุปและรายงานผลตามแบบประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย และนำผลการประเมินมาจัดทำแผนช่วยเหลือรายบุคคลสำหรับเด็กที่มีพัฒนาการไม่สมวัย
  • ตัวชี้วัดที่ 9

    ร้อยละ 96 ของผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับดีขึ้นไป

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 96
    แนวทางการพัฒนา (12 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 9
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการของผู้เรียนในสังกัด เพื่อกำหนดจุดเน้นและกำหนดนโยบายการขับเคลื่อนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และนโยบายเร่งด่วนด้านคุณธรรมจริยธรรมของ สพฐ.
    2. Plan สร้างการรับรู้กับสถานศึกษาด้านจัดกิจกรรมการเรียนรู้และแนวทางการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ให้มีความเข้าใจตรงกันและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
    3. Do ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษานำคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 บูรณาการในกระบวนการจัดการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.
    4. Do ยกย่องเชิดชูเกียรติสถานศึกษา ครู และนักเรียน ที่มีผลการปฏิบัติงานด้านคุณธรรมจริยธรรมเป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและแบบอย่างที่ดี
    5. Check นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และผลการประเมินตามสภาพจริง เพื่อตรวจสอบคุณภาพและความน่าเชื่อถือของการประเมิน
    6. Act รายงานผลการดำเนินงานและนำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานในปีถัดไป ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan วิเคราะห์หลักสูตรและแนวทางจัดกิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อกำหนดพฤติกรรมบ่งชี้ที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา
    2. Do กำหนดแนวทางการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ที่หลากหลาย (เช่น การสังเกต, การสัมภาษณ์, การบันทึกความดี) และดำเนินการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามสภาพจริงในวิถีชีวิตประจำวัน
    3. Do จัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ผ่านกิจกรรมหน้าเสาธง กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้แก่ผู้เรียน
    4. Check นิเทศ กำกับ ติดตามการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของครูผู้สอนและครูประจำชั้น ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
    5. Check Act บันทึกผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของนักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ลงในระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) ให้ครบถ้วน
    6. Act สรุปและรายงานผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และนำผลการประเมินมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางปรับปรุงพฤติกรรมนักเรียนที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ หรือส่งเสริมนักเรียนที่มีพฤติกรรมดีให้ดียิ่งขึ้น
  • ตัวชี้วัดที่ 10

    ร้อยละ 90 ของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มี ข้อมูลการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพตามพหุปัญญารายบุคคล ต่อเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการคัดกรอง/สำรวจแวว/วัดความสามารถความถนัดของผู้เรียน

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 90
    แนวทางการพัฒนา (12 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 10
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและความพร้อมของการใช้งานระบบสำรวจแววพหุปัญญา และกำหนดนโยบายและแนวทางการพัฒนาผู้เรียนตามพหุปัญญารายบุคคล (Multiple Intelligence) ให้สถานศึกษาถือปฏิบัติ
    2. Do ส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนตามพหุปัญญารายบุคคล โดยจัดทำแนวทางการสำรวจแววความสามารถพิเศษด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนให้มีความรู้ความเข้าใจในการแปลผลข้อมูลและการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ฐานพหุปัญญา
    3. Do ส่งเสริมครูผู้สอนให้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่หลากหลาย (Active Learning) และการวัดและประเมินผล (Assessment For Learning) ด้วยวิธีที่หลากหลายตามพหุปัญญารายบุคคล (Multiple Intelligence) เพื่อตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
    4. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล (Multiple Intelligence) และการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาผู้เรียน
    5. Act รายงานผล นำผลการดำเนินงานและผลที่ได้จากการจัดการความรู้มาปรับปรุง แก้ไขปัญหา และพัฒนาต่อยอดวิธีการดำเนินงาน สู่ความเป็นเลิศ (Best Practice) ในปีถัดไป
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan กำหนดนโยบาย และแนวทางการพัฒนาผู้เรียนตามพหุปัญญารายบุคคล (Multiple Intelligence) และแต่งตั้งคณะทำงานรับผิดชอบ
    2. Do ดำเนินการนำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ดำเนินการสำรวจแววความสามารถพิเศษด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ครบถ้วน 100% และนำผลการสำรวจมาวิเคราะห์จัดทำฐานข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล
    3. Do ส่งเสริม สนับสนุนให้ครูผู้สอนจัดการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมการศึกษา หรือวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best practice) ที่สอดคล้องกับผลการสำรวจแวว
    4. Do ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ชุมนุม/ชมรม) ที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนตามพหุปัญญารายบุคคล (Multiple Intelligence) อย่างเป็นรูปธรรม
    5. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล (Multiple Intelligence) ของผู้เรียนว่าเป็นไปตามศักยภาพหรือไม่
    6. Act สรุป ทบทวน วิเคราะห์ และรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมเผยแพร่ผลการดำเนินงาน
    7. Act นำผลการดำเนินงานมาปรับปรุง พัฒนาต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สูงขึ้น
  • ตัวชี้วัดที่ 11

    ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาที่สอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ส่งเสริม การประเมินความฉลาดรู้ตามแนวทางการประเมิน PISA ให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อเตรียมความพร้อมรับการประเมินระดับนานาชาติ

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (15 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 11
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลผลการทดสอบ O-NET, RT, NT และผลการประเมินความฉลาดรู้เดิม เพื่อจัดกลุ่มสถานศึกษา (Green/Yellow/Red) สำหรับการพัฒนาที่แตกต่างกัน และแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อน PISA ระดับเขตพื้นที่การศึกษา
    2. Plan จัดทำแผนพัฒนาศักยภาพครูเน้น 3 ด้านหลัก คือ การอ่าน (Reading), คณิตศาสตร์ (Mathematics) และวิทยาศาสตร์ (Science) เชื่อมโยงกับชีวิตจริง และกำหนดปฏิทินการขับเคลื่อนงานที่ชัดเจน
    3. Do พัฒนาครูผู้สอน โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคการสร้างข้อสอบและจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่สอดคล้องกับ PISA และส่งเสริมให้ครูใช้ระบบ PISA Style Online Testing หรือระบบ PISA OBEC ในการฝึกฝนนักเรียน อย่างต่อเนื่อง
    4. Do สนับสนุนสื่อและนวัตกรรม จัดทำคลังข้อสอบและคู่มือแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะความฉลาดรู้ แจกจ่ายให้สถานศึกษา และสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ระดับเขตพื้นที่ฯ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้
    5. Check นิเทศ ติดตาม เชิงรุก ทีมศึกษานิเทศก์ลงพื้นที่นิเทศชั้นเรียน (Classroom Observation) เพื่อดูการนำแนวทาง PISA ไปใช้ในการสอนจริง และการวัดประเมินผลในชั้นเรียน
    6. Check จัดสอบ Pre-PISA/Mock Exam ดำเนินการทดสอบเสมือนจริงด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Computer Based Assessment) และติดตามการใช้ระบบออนไลน์ (Monitoring) ตรวจสอบสถิติการเข้าใช้งานระบบ PISA Style ของแต่ละโรงเรียน
    7. Act สะท้อนผลการดำเนินงาน (AAR) ประชุมผู้บริหารโรงเรียนเพื่อแจ้งผลการประเมินและจุดที่ต้องเร่งพัฒนา พร้อมทั้งยกย่องเชิดชูเกียรติสถานศึกษาที่มีกระบวนการขับเคลื่อนเป็นเลิศ (Best Practice) และนำผลมาปรับปรุงแผนปฏิบัติการในปีงบประมาณถัดไปให้เข้มข้นขึ้น
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan กำหนดค่าเป้าหมายสถานศึกษา บรรจุโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการเตรียมความพร้อม PISA ไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปี และแต่งตั้งคณะทำงานรับผิดชอบที่ชัดเจน
    2. Plan วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล คัดกรองนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย (อายุ 15 ปี หรือ ม.1-3) เพื่อวางแผนซ่อมเสริม และพัฒนาศักยภาพตามระดับความสามารถ
    3. Do บูรณาการในชั้นเรียน โดยจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เน้นกระบวนการคิดขั้นสูง (Critical Thinking) และนำสถานการณ์ในชีวิตประจำวันมาเป็นโจทย์ในการแก้ปัญหา ตามแนวทาง PISA ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก
    4. Do สร้างความคุ้นเคยกับข้อสอบ โดยแทรกข้อสอบแนว PISA ในการสอบเก็บคะแนน สอบกลางภาค และสอบปลายภาค อย่างน้อยร้อยละ 20 ของข้อสอบทั้งหมด และจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านจับใจความ (Reading Literacy) อย่างสม่ำเสมอ
    5. Do จัดคาบ "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" หรือ "ชุมนุมวิชาการ" ให้นักเรียนฝึกทำข้อสอบในระบบออนไลน์ (PISA Style) ผ่านคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับการสอบด้วยคอมพิวเตอร์
    6. Check นิเทศภายใน ผู้บริหารและครูวิชาการนิเทศการสอน และตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ว่ามีองค์ประกอบของ PISA หรือไม่ และประเมินผลนักเรียนด้วยชุดข้อสอบมาตรฐาน
    7. Act ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ครูนำปัญหาที่พบจากการสอนหรือการทำข้อสอบของนักเรียนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน และจัดสอนซ่อมเสริมให้นักเรียนที่ยังมีจุดอ่อน
    8. Act ถอดบทเรียนและสรุปรูปแบบการสอนที่ประสบผลสำเร็จ (Best Practice) เพื่อขยายผลสู่ระดับชั้นอื่นๆ และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
  • ตัวชี้วัดที่ 12

    ร้อยละ 97 ของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาความสามารถทางภาษาอังกฤษตามกรอบมาตรฐาน CEFR

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 97
    แนวทางการพัฒนา (12 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 12
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan สำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ ของครูสอนภาษาอังกฤษในสังกัด รายบุคคล เพื่อ จำแนกกลุ่มเป้าหมาย (Profiling) และกำหนดแนวทางการพัฒนาและยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษของครูที่สอนภาษาอังกฤษตามกรอบมาตรฐาน CEFR ให้เหมาะสมกับแต่ละระดับความสามารถ
    2. Plan กำหนดแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษของครูผู้สอนภาษาอังกฤษในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตามกรอบมาตรฐาน CEFR รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบวัดระดับ
    3. Do ประสานความร่วมมือกับเครือข่าย อาทิ ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ และศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (HCEC) ในการพัฒนาครูผู้สอนภาษาอังกฤษด้านความรู้ทักษะภาษา เทคนิคการสอน และสื่อเทคโนโลยี
    4. Do ส่งเสริม สนับสนุน ให้ครูผู้สอนภาษาอังกฤษเข้ารับการพัฒนาและการทดสอบความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษตามกรอบมาตรฐาน CEFR และนำผลการทดสอบมาใช้ในการวางแผนพัฒนาตนเองต่อเนื่อง
    5. Do สนับสนุน สื่อ แหล่งเรียนรู้ นวัตกรรม การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อให้ครูสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ ของตนเองและผู้เรียน
    6. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม ผลการพัฒนาและผลการทดสอบของครูอย่างเป็นระบบ เพื่อนำผลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ผลการดำเนินงาน และเผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน
    7. Act นำผลการดำเนินงานและผลที่ได้จากการจัดการความรู้มาปรับปรุง แก้ไขปัญหา และพัฒนาต่อยอดวิธีการดำเนินงาน สู่ความเป็นเลิศ (Best Practice) ในปีถัดไป
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan กำหนดนโยบายและสนับสนุนให้ครูผู้สอนภาษาอังกฤษจัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (Individual Development Plan: ID Plan) ด้านภาษาอังกฤษ
    2. Do สร้างความตระหนัก ส่งเสริม และสนับสนุน ให้ครูสอนภาษาอังกฤษในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เข้ารับการพัฒนาและยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษ ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย (เช่น การอบรมออนไลน์, PLC, การศึกษาดูงาน) โดยใช้ระดับการพัฒนาตามกรอบมาตรฐาน CEFR
    3. Do ส่งเสริมให้ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ มีการใช้สื่อ เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมรรถนะและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ตามระดับการพัฒนาทางด้านภาษา (CEFR) ตามกรอบของ CEFR
    4. Check นิเทศ กำกับ ติดตามการใช้สื่อ และการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาสมรรถนะและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในสถานศึกษา และสะท้อนผลการปฏิบัติงาน (Feedback) เพื่อการพัฒนา
    5. Act สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ด้านภาษาอังกฤษภายในโรงเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแก้ปัญหาร่วมกัน และรายงานผลการดำเนินงานต่อต้นสังกัด
  • ตัวชี้วัดที่ 13

    ร้อยละ 100 ของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สามารถบริหารจัดการและจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (15 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 13
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและความต้องการพัฒนาของครูผู้สอน และกำหนดนโยบาย แนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5 ประการ
    2. Do ส่งเสริม สนับสนุนครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ได้รับการพัฒนาด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการวัดประเมินผลฐานสมรรถนะ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การอบรมปฏิบัติการ, การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC), และการศึกษาดูงาน
    3. Check นิเทศ กำกับ ติดตามการดำเนินการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยเน้นการนิเทศชั้นเรียน และการสะท้อนคิดร่วมกัน
    4. Check คัดเลือก และถอดบทเรียนผลงานนวัตกรรมหรือวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best practice) เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและขยายผลสู่สถานศึกษาอื่น
    5. Check Act กำกับ ติดตาม ประเมินผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลการดำเนินงาน และเผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน
    6. Act นำผลการดำเนินงานและผลที่ได้จากการจัดการความรู้มาปรับปรุง แก้ไขปัญหา และพัฒนาต่อยอดวิธีการดำเนินงานเชิงรุก ในปีถัดไป
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan ดำเนินการตามนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
    2. Plan จัดทำแผนงาน โครงการ กิจกรรม ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน บรรจุในแผนปฏิบัติการประจำปี
    3. Do ส่งเสริม สนับสนุนครูและบุคลากรทางการศึกษารับการพัฒนาด้านจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย และสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อแก้ปัญหาผู้เรียนร่วมกัน
    4. Do ครูผู้สอนจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน โดยเน้นกระบวนการคิดขั้นสูงและการลงมือปฏิบัติ
    5. Do ส่งเสริม สนับสนุนการใช้สื่อเทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ ในการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมและหลากหลาย
    6. Check นิเทศ กำกับ ติดตามและประเมินผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผ่านกระบวนการเปิดชั้นเรียน และการให้ข้อมูลย้อนกลับ
    7. Do Check ส่งเสริม สนับสนุนให้ครูผู้สอนจัดทำนวัตกรรมหรือวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best practice) ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จากการวิจัยในชั้นเรียน
    8. Check Act สรุป ทบทวน วิเคราะห์ และรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมเผยแพร่ผลการดำเนินงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้
    9. Act นำผลการดำเนินงานมาปรับปรุง พัฒนาต่อไป อย่างต่อเนื่อง
  • ตัวชี้วัดที่ 14

    ร้อยละ 100 ของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ หรือปฏิบัติงาน

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (15 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 14
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์สภาพปัญหา สำรวจความพร้อมด้านทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) และโครงสร้างพื้นฐานของครูในสังกัด เพื่อจัดกลุ่มเป้าหมาย (Basic, Intermediate, Advance) สำหรับการพัฒนาที่ตรงจุด
    2. Plan ออกแบบหลักสูตรพัฒนาครูที่สอดคล้องกับทิศทาง สพฐ. และเทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging Technology) เช่น การใช้ AI เพื่อการศึกษา (ChatGPT, Gemini), การผลิตสื่อดิจิทัล, การใช้ระบบ OBEC Content Center และบรรจุโครงการลงในแผนปฏิบัติการประจำปี
    3. Do อบรมเชิงปฏิบัติการโดยจัดอบรมทั้งรูปแบบ On-site และ Online (Hybrid) เน้นการปฏิบัติจริง หัวข้อ "Smart Teacher with AI & Digital Technology" พร้อมทั้งสร้างคลังสื่อและ
    4. แหล่งเรียนรู้ (Digital Hub) เพื่อให้บริการครู
    5. Do จัดตั้งทีม ICT Core Team หรือ ศึกษานิเทศก์ด้าน ICT ลงพื้นที่ให้คำแนะนำเชิงรุก (Proactive Coaching) แก่โรงเรียน และแก้ไขปัญหาอุปสรรคด้านอุปกรณ์หรือสัญญาณอินเทอร์เน็ต
    6. Check นิเทศแบบกัลยาณมิตรผ่านระบบ Online (Virtual Supervision) และลงพื้นที่โรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้แบบสำรวจออนไลน์ติดตามจำนวนครูที่นำเทคโนโลยีไปใช้จริง
    7. Check Act คัดเลือก และถอดบทเรียนผลงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อมอบรางวัล "ครูดีเด่นด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี" และนำมาจัดแสดงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Show & Share)
    8. Act สรุป รายงานผล และนำผลการประเมินไปปรับปรุงหลักสูตรการพัฒนาในปีถัดไปให้ทันสมัยยิ่งขึ้น และขยายผลสู่โรงเรียนเครือข่าย
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan สำรวจสมรรถนะรายบุคคล (Competency Assessment) เพื่อจัดทำแผนพัฒนาตนเอง (ID Plan) ให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่เขตพื้นที่ฯ กำหนด และกำหนดค่าเป้าหมายความสำเร็จบรรจุลงในแผนปฏิบัติการประจำปี
    2. Plan ตรวจสอบความพร้อมของอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ ให้รองรับแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตามนโยบาย "เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา" (Anywhere Anytime)
    3. Do ส่งเสริมครูนำเทคโนโลยีและ AI มาช่วยออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และใช้สื่อจากแหล่งเรียนรู้ส่วนกลาง เพื่อลดภาระการผลิตสื่อ และนำระบบดิจิทัลมาใช้ลดภาระงานธุรการ (Paperless)
    4. Do ส่งเสริมให้ครูเข้าร่วมอบรมตามหลักสูตรที่เขตพื้นที่ฯ จัด หรือเรียนรู้ผ่านระบบ Online Training เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง (Lifelong Learning)
    5. Check นิเทศ ติดตามการใช้เทคโนโลยีผ่านการสังเกตชั้นเรียน และการดูร่องรอยในข้อตกลงพัฒนางาน (PA) โดยมุ่งเน้นการประเมินผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนและประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น
    6. Act ใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิคการใช้เครื่องมือดิจิทัลแก้ปัญหาผู้เรียน และถอดบทเรียนความสำเร็จระดับโรงเรียนเพื่อขยายผล
    7. Act สรุป รายงานผล และนำไปปรับปรุง พัฒนาระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) ในโรงเรียนให้ยั่งยืน
  • ตัวชี้วัดที่ 15

    สัดส่วนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลการทดสอบ O-NET ใน 4 วิชาหลัก (ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์) ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป ต่อจำนวนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เข้ารับการทดสอบ

    ค่าเป้าหมาย ภาษาไทย ร้อยละ 85 ภาษาอังกฤษ ร้อยละ 10 คณิตศาสตร์ ร้อยละ 10 วิทยาศาสตร์ ร้อยละ 10
    แนวทางการพัฒนา (14 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 15
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์ผลการทดสอบ O-NET ย้อนหลัง 3 ปี ของโรงเรียนขยายโอกาส เพื่อจัดกลุ่มโรงเรียน (กลุ่มวิกฤต, กลุ่มพัฒนา, กลุ่มเป้าหมายพิเศษ) และรวบรวมวิเคราะห์ผังข้อสอบ (Test Blueprint) ของ สทศ. เพื่อสร้างคลังข้อสอบมาตรฐานเทียบเคียง O-NET และกระจายสู่สถานศึกษา เพื่อวางแผนพัฒนาคุณภาพให้ตรงจุด
    2. Plan ประชุมผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อลงนาม MOU การยกระดับผลสัมฤทธิ์ โดยกำหนดค่าเป้าหมายรายโรงเรียน และจัดทำแผนยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา
    3. Do จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ "เทคนิคการสร้างข้อสอบวัดทักษะการคิดขั้นสูง" และเทคนิคการสอนที่สอดคล้องกับ O-NET ทั้ง 4 วิชา ให้แก่ครูผู้สอน
    4. Do สนับสนุนคลังสื่อดิจิทัล หรือระบบคลังข้อสอบออนไลน์ (Online Testing) ให้โรงเรียนเข้าถึงได้ง่าย และจัดกิจกรรม PLC ระดับกลุ่มเครือข่าย เพื่อให้ครูวิชาเอกแต่ละวิชาได้แลกเปลี่ยนเทคนิคการสอน
    5. Do ดำเนินการจัดสอบ Pre O-NET ระดับเขตพื้นที่ฯ และสะท้อนผลคะแนนกลับสู่โรงเรียนทันทีเพื่อปรับปรุงแก้ไขก่อนสอบจริง
    6. Check นิเทศ ติดตามการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนคุณภาพ ม.3 โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นฐาน และการนิเทศแบบพุ่งเป้า ไปยังโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย
    7. Act มอบรางวัลให้แก่โรงเรียนที่มีสัดส่วนนักเรียนได้คะแนน >50% สูงสุด หรือมีพัฒนาการสูงสุด และครูผู้สอนที่มีนักเรียนได้คะแนนเต็ม พร้อมทั้งสรุปปัจจัยความสำเร็จของโรงเรียนที่มีคะแนนสูง เพื่อขยายผลในปีการศึกษาถัดไป และรายงานผลต่อสาธารณชน
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan ครูผู้สอนวิเคราะห์ศักยภาพนักเรียน ม.3 รายบุคคล แยกกลุ่ม เก่ง-กลาง-อ่อน เพื่อวางแผนเติมเต็ม และตรวจสอบโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาว่าครอบคลุมตัวชี้วัดที่ต้องรู้และควรรู้ ตาม Test Blueprint หรือไม่
    2. Plan บรรจุโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปีของโรงเรียน ระบุกิจกรรมและงบประมาณให้ชัดเจน
    3. Do ส่งเสริมครูสอนโดยเน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ มากกว่าการท่องจำ สอดแทรกข้อสอบ O-NET ในการวัดผลระหว่างหน่วยการเรียนรู้ (Formative Assessment)
    4. Do จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร อาทิ กิจกรรม O-NET Camp: ติวเข้มโค้งสุดท้าย โดยเน้นเทคนิคการตัดตัวเลือก และการวิเคราะห์โจทย์ และกิจกรรม Tutor Peer : เพื่อนช่วยเพื่อน ให้นักเรียนกลุ่มเก่งช่วยติวกลุ่มอ่อน
    5. Do Check จัดสอบเสมือนจริง (Mock Exam) อย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อลดความตื่นเต้นและบริหารจัดการเวลาในการทำข้อสอบของนักเรียน และนำผลการสอบมาวิเคราะห์รายข้อเพื่อดูว่าตัวชี้วัดใดที่นักเรียนส่วนใหญ่ยังทำไม่ได้
    6. Act นำผลจากการ Check มาสอนซ่อมเสริม ในจุดที่นักเรียนยังอ่อน ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสอบจริง และตรวจสอบนักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่ไม่เข้าสอบ หรือกลุ่มที่มีแนวโน้มคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ เพื่อแก้ไขปัญหาทันท่วงที
    7. Act นำผล O-NET ปีปัจจุบัน มาปรับปรุงหลักสูตรและการสอนสำหรับนักเรียนชั้น ม.2 ที่จะขึ้น ม.3 ในปีถัดไป และสรุปรายงานผลการดำเนินงาน
  • ตัวชี้วัดที่ 16

    ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาในสังกัดที่มีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบสนองต่อความถนัด และความสนใจของผู้เรียน

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (10 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 16
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบสนองต่อความถนัดและสนใจของผู้เรียน
    2. Plan Do สื่อสารสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการประเมินผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษา การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความถนัดและสนใจของผู้เรียนอิงบริบทเชิงพื้นที่ของสถานศึกษา และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต
    3. Do จัดกิจกรรมหนุนเสริมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรฯ อิงบริบทเชิงพื้นที่ของสถานศึกษา เพื่อส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาและบูรณาการกรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น สู่การนำหลักสูตรสถานศึกษาไปใช้ในระดับชั้นเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน อย่างมีประสิทธิภาพ
    4. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานด้านหลักสูตรสถานศึกษา และการนำไปใช้จริงในห้องเรียน
    5. Act สรุป ทบทวน วิเคราะห์ และรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งถอดบทเรียนความสำเร็จ (Best Practice) ของสถานศึกษาที่มีหลักสูตรโดดเด่น เพื่อขยายผลในปีต่อไป
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan วิเคราะห์ผู้เรียน และบริบทของสถานศึกษา ความต้องการของชุมชนและตลาดแรงงานท้องถิ่น เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบสนองต่อความถนัดของผู้เรียน
    2. Do ตรวจสอบ พัฒนา ปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องยืดหยุ่นสนองต่อความถนัด สนใจ ของผู้เรียน อิงบริบทเชิงพื้นที่ของสถานศึกษา โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
    3. Do นำหลักสูตรสถานศึกษาลงสู่ชั้นเรียน จัดกระบวนการเรียนรู้ (ออกแบบแผนการเรียนรู้/จัดหาสื่อ/รายวิชาเพิ่มเติม/หลักสูตรระยะสั้น/ฝึกประสบการณ์อาชีพ) และการวัดและประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลาย) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้เรียน
    4. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม การใช้หลักสูตร (การนิเทศภายในของสถานศึกษา) และดำเนินการประเมินผลการใช้หลักสูตร ให้ครบถ้วนทั้งระบบ
    5. Act สรุปรายงานผลการการใช้หลักสูตร และนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในรอบปีการศึกษาถัดไปให้ดียิ่งขึ้น
  • ตัวชี้วัดที่ 17

    ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และมีการวัดและประเมินผล เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (14 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 17
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและปัญหาการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผลของสถานศึกษา และกำหนดนโยบาย แนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) และการส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning)
    2. Do ส่งเสริม สนับสนุนครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ได้รับการพัฒนาด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย และเทคนิคการให้ข้อมูลย้อนกลับ) เพื่อกระตุ้นศักยภาพผู้เรียน
    3. Do สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ (Digital Platform) เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ผู้เรียนและจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
    4. Check นิเทศ กำกับ ติดตามการดำเนินการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) โดยเน้นการนิเทศชั้นเรียนและการสะท้อนคิด
    5. Check ประเมินผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลการดำเนินงาน และเผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน พร้อมทั้งคัดเลือกวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อเป็นต้นแบบ
    6. Act นำผลการดำเนินงานและผลที่ได้จากการจัดการความรู้มาปรับปรุง แก้ไขปัญหา และพัฒนาต่อยอดวิธีการดำเนินงานในปีถัดไป ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan วิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล เพื่อทราบความถนัดและความสนใจ และกำหนดนโยบาย แนวทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning)
    2. Plan จัดทำแผนงาน โครงการ กิจกรรม ทางการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) บรรจุในแผนปฏิบัติการประจำปี
    3. Do ส่งเสริม สนับสนุนครูและบุคลากรทางการศึกษารับการพัฒนาด้านจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย และสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้
    4. Do ครูจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลายที่ส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคลโดยเน้นการปฏิบัติจริงและการให้ข้อมูลย้อนกลับทันที
    5. Do ส่งเสริม สนับสนุนการใช้สื่อเทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ ในการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมและหลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ตามความสนใจ
    6. Check นิเทศ กำกับ และติดตามการจัดการเรียนรู้ และการวัดประเมินผลตามสภาพจริง
    7. Check สรุป ทบทวน วิเคราะห์ และรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมเผยแพร่ผลการดำเนินงาน และยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้สอนที่มีนวัตกรรมการสอนดีเด่น
    8. Act นำผลการดำเนินงานมาปรับปรุง พัฒนาต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ
  • ตัวชี้วัดที่ 18

    ร้อยละ 95 ของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 95
    แนวทางการพัฒนา (12 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 18
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอาชีพและตลาดแรงงานทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เพื่อกำหนดแนวทางและแผนการพัฒนาทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคตให้สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติ นโยบาย สพฐ. และบริบทเศรษฐกิจ สังคมของพื้นที่
    2. Plan สร้างความร่วมมือ (MOU) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานประกอบการ สถาบันอาชีวศึกษา และชุมชน เพื่อสนับสนุนทรัพยากร วิทยากร และแหล่งฝึกประสบการณ์ วิชาชีพให้แก่ผู้เรียน
    3. Do ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาในการจัดหลักสูตร กิจกรรม และนวัตกรรมด้านทักษะอาชีพที่หลากหลายและเหมาะสมกับผู้เรียน (เช่น โครงการ 1 โรงเรียน 1 อาชีพ, บริษัทสร้างการดี)
    4. Do พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาในการจัดการเรียนรู้ด้านทักษะอาชีพและการแนะแนวอาชีพ ยุคใหม่ เพื่อให้สามารถเป็นที่ปรึกษาทางอาชีพ (Career Coach) แก่นักเรียนได้
    5. Check ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการประเมินสมรรถนะผู้เรียน (Competency Assessment) ที่เกิดขึ้นจริง
    6. Act พร้อมนำผลการประเมินมาใช้ปรับปรุงและยกระดับคุณภาพการดำเนินงาน และคัดเลือกผลงานนวัตกรรมอาชีพดีเด่นเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan คัดกรองและกำหนดกลุ่มเป้าหมายนักเรียนอย่างชัดเจน โดยพิจารณาจากความสนใจ ความถนัด และบริบทของพื้นที่ ผ่านกระบวนการแนะแนวและเครื่องมือสำรวจแววอาชีพ
    2. Do บูรณาการทักษะอาชีพในรายวิชา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ หรือกิจกรรมเสริมหลักสูตร ให้ครอบคลุมทักษะ Hard Skills และ Soft Skills
    3. Do จัดการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพที่จำเป็นแห่งอนาคต เช่น
      1. ทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยี
      2. ทักษะอาชีพพื้นฐานและอาชีพในชุมชน
      3. ทักษะการคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการเป็นผู้ประกอบการ
    4. Do ส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผ่านฐานการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ในชุมชน และการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง (Project-Based Learning) เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติและฝึกแก้ปัญหาหน้างาน
    5. Check ประเมินผลการพัฒนาทักษะอาชีพของนักเรียนตามสภาพจริง และจัดทำแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) เพื่อสะท้อนความถนัด
    6. Act นำผลไปใช้พัฒนาการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดสู่การสร้างรายได้ระหว่างเรียนหรือการศึกษาต่อในสายอาชีพ
  • ตัวชี้วัดที่ 19

    ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาที่มีการส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ครู ให้เข้าถึงแพลตฟอร์มและสื่อการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมเป็นรายบุคคล สำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (15 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 19
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์สภาพความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Hardware, Software, Peopleware) ของโรงเรียนในสังกัด เพื่อจัดกลุ่มเป้าหมาย (โรงเรียนที่มีความพร้อมสูง / ปานกลาง / ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน) สำหรับการจัดสรรทรัพยากรและรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสม
    2. Plan กำหนด นโยบายและแนวปฏิบัติ ให้การใช้งานแพลตฟอร์มต้องเชื่อมโยงกับการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการเตรียมความพร้อม PISA และการส่งเสริมการเรียนรู้รายบุคคล (Personalized Learning)
    3. Do เชื่อมโยงข้อมูลการใช้งานแพลตฟอร์มเข้ากับระบบฐานข้อมูลของเขตพื้นที่ฯ (Big Data) เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการรายงานข้อมูล และใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
    4. Do พัฒนาศักยภาพครู (Reskill/Upskill) โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ "การใช้ Digital Platform เพื่อสร้างห้องเรียนสมรรถนะสูง และการวัดประเมินผลรายบุคคล" เน้นการใช้ OBEC Content Center, Project 14 และเครื่องมือสร้างข้อสอบออนไลน์
    5. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม เพื่อให้คำแนะนำการใช้แพลตฟอร์มในการแก้ปัญหาผู้เรียนรายบุคคล และการใช้ข้อมูลสารสนเทศจากแพลตฟอร์ม (Learning Analytics) มาวิเคราะห์ผู้เรียน
    6. Check ติดตามผลผ่านระบบออนไลน์ ใช้ Dashboard ติดตามสถานะการเข้าถึงแพลตฟอร์มของแต่ละโรงเรียน อย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน (Real-time Monitoring)
    7. Act จัดกิจกรรมตลาดนัดวิชาการออนไลน์ (Online Symposium) เพื่อให้นำเสนอผลงานครูและนักเรียนจากการใช้แพลตฟอร์ม และนำรูปแบบความสำเร็จจากโรงเรียนต้นแบบ ขยายผลสู่โรงเรียนคุณภาพตามนโยบาย สพฐ. และโรงเรียนเครือข่าย
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan สำรวจความพร้อมภายใน โรงเรียนสำรวจอุปกรณ์ (Device) และสัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมถึงทักษะดิจิทัลของครู และนักเรียน รายบุคคล เพื่อวางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรให้คุ้มค่า
    2. Plan บรรจุแผนงาน "การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อการเรียนรู้" ลงในหลักสูตรสถานศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปี โดยกำหนดเป้าหมายให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดเขตพื้นที่ฯ (ร้อยละ 100 ของครูและนักเรียนมีการใช้งาน)
    3. Do ส่งครูแกนนำเข้าร่วมอบรมกับเขตพื้นที่ฯ และกลับมาขยายผลจัดอบรมเชิงปฏิบัติการภายในโรงเรียน ผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
    4. Do ส่งเสริมให้ครูสร้างรูปแบบการสอนผ่านแพลตฟอร์มที่เป็นสไตล์ของตนเอง เช่น การใช้ Project 14 ในการสอนซ่อมเสริม หรือการใช้ OBEC Content Center ในการทำวิจัยหน้าเดียว และการมอบหมายงานที่แตกต่างกันตามศักยภาพผู้เรียน
    5. Do ส่งเสริมครูใช้แพลตฟอร์มเป็นเครื่องมือหลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อลดภาระการบรรยาย และเพิ่มเวลาให้คำปรึกษาผู้เรียนรายบุคคล
    6. Do ใช้ระบบสอบออนไลน์ เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้นักเรียนเตรียมพร้อมสู่ PISA และนำผลคะแนนมาวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งรายบุคคลทันที
    7. Check นิเทศภายในแบบมีส่วนร่วม ผู้อำนวยการโรงเรียนและหัวหน้าวิชาการ นิเทศติดตามการใช้สื่อดิจิทัลในชั้นเรียน โดยใช้แบบนิเทศที่สอดคล้องกับแนวทางของเขตพื้นที่การศึกษา
    8. Act นำปัญหาการใช้แพลตฟอร์มมาพูดคุยในวง PLC เพื่อหาทางแก้ไข และสรุปองค์ความรู้ พร้อมทั้งคัดเลือกผลงานครูและนักเรียนที่เป็นเลิศ เพื่อเป็นตัวแทนโรงเรียนไปนำเสนอในเวทีระดับเขตพื้นที่ฯ และเตรียมขยายผลสู่ชุมชน และรายงานผลการดำเนินงาน

กลยุทธ์ที่ 3 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา

5 ตัวชี้วัด
  • ตัวชี้วัดที่ 20

    ร้อยละของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีระบบบริหารจัดการและการให้บริการการศึกษา ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลครบทั้ง 4 ด้าน

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (10 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 20
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนาระบบดิจิทัล และกำหนดโครงการ/กิจกรรมการพัฒนาระบบบริหารจัดการและการให้บริการการศึกษาที่เป็นดิจิทัล ครบทั้ง 4 ด้าน (ด้านวิชาการ งบประมาณ บริหารงานบุคคล และบริหารทั่วไป) เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจของผู้บริหาร
    2. Do จัดทำคู่มือการใช้ระบบบริหารจัดการและการให้บริการการศึกษาที่เป็นดิจิทัล สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา และพัฒนาบุคลากรในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในการใช้ระบบบริหารฯ อย่างต่อเนื่อง
    3. Do ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ และติดตาม และให้ความช่วยเหลือ (Helpdesk Support) ในการใช้ระบบบริหารจัดการ และอุปกรณ์รองรับการใช้งานระบบฯ ให้มีความพร้อมและเสถียรภาพ
    4. Check ตรวจสอบและประเมินผลการใช้งานระบบบริหารจัดการทั้งในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา โดยเน้นการวัดประสิทธิภาพและความพึงพอใจของผู้ใช้งาน
    5. Act นำผลการดำเนินงานไปปรับปรุง พัฒนาต่อยอด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์สูงสุด และขยายผลสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลต้นแบบ
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการดิจิทัลระดับสถานศึกษา และมอบหมายผู้รับผิดชอบในระดับสถานศึกษาในการใช้ระบบบริหารจัดการและการให้บริการการศึกษาที่เป็นดิจิทัลในแต่ละระบบ ให้ชัดเจน
    2. Plan Do ผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ ติดตาม การใช้งานระบบและจัดหาอุปกรณ์ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ให้เพียงพอและพร้อมใช้งาน
    3. Do ดำเนินการตามคู่มือ/แนวทาง/ปฏิทินที่กำหนดทั้ง 4 ด้าน อย่างเคร่งครัดและเป็นปัจจุบัน
    4. Check สะท้อนผล/เสนอแนะการใช้ระบบทั้ง 4 ด้าน ผ่านเวทีประชุมครูหรือระบบรับฟังความคิดเห็นออนไลน์
    5. Act สรุปและรายงานผล การดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรค ต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อร่วมกันแก้ไขและพัฒนาระบบต่อไป
  • ตัวชี้วัดที่ 21

    ร้อยละ 90 ของสถานศึกษาที่มีผลการประกันคุณภาพภายใน ระดับดีเลิศขึ้นไป

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 90
    แนวทางการพัฒนา (13 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 21
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์ผลการประเมินตนเอง (SAR) ของสถานศึกษาย้อนหลัง เพื่อจัดกลุ่มคุณภาพและกำหนดเป็นจุดเน้นของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในการยกระดับคุณภาพการศึกษา
    2. Plan วิเคราะห์/สังเคราะห์ SAR ของ รร. เพื่อค้นหาจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และความต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน
    3. Do จัดทำโครงการเพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในทุกปี และจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้แก่ครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพ
    4. Do ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาดำเนินงานตามแผนพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง ตามกฎกระทรวงฯ
    5. Check นิเทศ กำกับ ติดตามตรวจสอบโดยคณะกรรมการ ก.ต.ป.น. คณะศึกษานิเทศก์ ผู้มีความเชี่ยวชาญ อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยใช้กระบวนการนิเทศแบบกัลยาณมิตรและเสริมพลัง
    6. Check สะท้อนผลการนิเทศ/สังเคราะห์ผล จากรายงานในระบบ E-PRS และ E-SAR ต่อผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขทันท่วงที
    7. Act สนับสนุนให้โรงเรียนเป็นต้นแบบระบบการประกันคุณภาพภายใน (IQA Award) และสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษา
    8. Act เผยแพร่ผลงาน Best Practice ของระบบการประกันคุณภาพภายในต่อสาธารณชน และนำผลการประเมินไปใช้วางแผนพัฒนาในปีต่อไป
    9. Act ประกาศเกียรติคุณให้สถานศึกษาที่มีผลการประกันคุณภาพภายในตั้งแต่ระดับดีเลิศขึ้นไป เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan วิเคราะห์ผลการประเมินระบบการประกันคุณภาพภายในและภายนอกที่ผ่านมา และนำผลดังกล่าวมาพัฒนา กำหนดค่าเป้าหมายความสำเร็จของสถานศึกษา
    2. Do สะท้อนผลการประเมินให้บุคลากรในสถานศึกษาและบุคคลที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อสร้างความตระหนักและร่วมมือกันพัฒนา
    3. Do สถานศึกษาดำเนินการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2561 ประกอบด้วยประเด็นดังต่อไปนี้
      1. กำหนดมาตรฐานการศึกษา ของสถานศึกษา
      2. จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการจัดการศึกษา
      3. จัดให้มีการประเมินและตรวจสอบระบบการประกันคุณภาพภายใน (การตรวจสอบคุณภาพภายใน)
      4. ประเมินผลและตรวจสอบระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา (โดยคณะกรรมการสถานศึกษา/ผู้ทรงคุณวุฒิ)
      5. ติดตามผลการดำเนินงาน โครงการ/กิจกรรมตามแผนปฏิบัติการ
      6. จัดส่งรายงานการประเมินตนเองส่งต้นสังกัด (SAR)
    4. Check Act รายงานผลการดำเนินงานตามจุดเน้นของสำนักงานเขตพื้นที่ในระบบ E-PRS และ E-SAR และนำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องในปีถัดไป
  • ตัวชี้วัดที่ 22

    จำนวนครั้งของการเข้าถึงระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล หลักสูตร สื่อ และแหล่งเรียนรู้ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1

    ค่าเป้าหมาย ไม่น้อยกว่า 50,000 ครั้ง
    แนวทางการพัฒนา (8 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 22
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์สภาพการใช้งานระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่เดิม สำรวจความต้องการของครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียน เพื่อนำข้อมูลมากำหนดแผนพัฒนาระบบ ปรับปรุงคุณภาพของสื่อและแหล่งเรียนรู้ และกำหนดเป้าหมายจำนวนครั้งในการเข้าถึงระบบไม่น้อยกว่า 50,000 ครั้ง พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บสถิติการเข้าถึงระบบที่สามารถตรวจสอบได้
    2. Do พัฒนาและปรับปรุงระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพ สะดวกต่อการใช้งาน สามารถสืบค้นและเข้าถึงหลักสูตร สื่อ และแหล่งเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม รองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์ที่หลากหลาย ส่งเสริมการจัดเก็บและเผยแพร่สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ รวมถึงประชาสัมพันธ์และสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สถานศึกษา เพื่อส่งเสริมให้ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียนเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากระบบอย่างต่อเนื่อง
    3. Check กำกับ ติดตาม และตรวจสอบสถิติการเข้าถึงระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นระยะ โดยใช้ข้อมูลจากระบบบันทึกสถิติการใช้งานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ วิเคราะห์จำนวนครั้งในการเข้าถึง แนวโน้มการใช้งาน ความเหมาะสมของสื่อและแหล่งเรียนรู้ ตลอดจนปัญหาและข้อเสนอแนะของผู้ใช้งาน เพื่อประเมินความก้าวหน้าในการดำเนินงานให้เป็นไปตามค่าเป้าหมายที่กำหนด
    4. Act นำผลการติดตามและประเมินการใช้งานมาวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ พัฒนาคุณภาพและความหลากหลายของสื่อและแหล่งเรียนรู้ ปรับปรุงช่องทางการเข้าถึงให้สะดวกยิ่งขึ้น และส่งเสริมการขยายผลการใช้งานอย่างต่อเนื่อง พร้อมสรุปรายงานผลการดำเนินงานและนำข้อเสนอแนะมาใช้วางแผนพัฒนาระบบในปีงบประมาณถัดไป
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan สำรวจความต้องการใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ของครูและผู้เรียน รวมทั้งศึกษารูปแบบและวิธีการเข้าถึงระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อวางแผนส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากระบบให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาและการจัดการเรียนรู้
    2. Do ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษานำสื่อ หลักสูตร และแหล่งเรียนรู้จากระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เรียน ประชาสัมพันธ์ช่องทางเข้าถึงระบบผ่านเว็บไซต์สถานศึกษาและช่องทางสื่อสารที่เหมาะสม ตลอดจนสนับสนุนการรวบรวมและเผยแพร่สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพตามแนวทางที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำหนด
    3. Check ติดตามและประเมินการนำสื่อและแหล่งเรียนรู้จากระบบไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ รวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากครูและผู้เรียนเกี่ยวกับความสะดวกในการเข้าถึง ความเหมาะสมของเนื้อหา และประโยชน์ที่ได้รับ เพื่อเสนอข้อมูลต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสำหรับประกอบการพัฒนาระบบ
    4. Act นำผลการติดตามและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแนวทางการใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีในการใช้สื่อดิจิทัล และประสานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อพัฒนาระบบคลังสื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
  • ตัวชี้วัดที่ 23

    ร้อยละ 100 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษากลุ่มเป้าหมายผ่านเกณฑ์การประเมิน ITA Online

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (10 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 23
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์หลักเกณฑ์ ตัวชี้วัด และผลการประเมิน ITA Online ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในปีที่ผ่านมา เพื่อกำหนดแผนพัฒนาคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน รวมทั้งตรวจสอบแนวทางและกลุ่มเป้าหมายการประเมิน ITA Online ระดับสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตามที่หน่วยงานต้นสังกัดกำหนด
    2. Plan แต่งตั้งคณะกรรมการหรือมอบหมายผู้รับผิดชอบการประเมิน ITA Online ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และกำหนดหน้าที่ของผู้รับผิดชอบแต่ละกลุ่ม/หน่วยให้ชัดเจน รวมทั้งจัดทำปฏิทินการดำเนินงานและแนวทางสนับสนุนสถานศึกษากลุ่มเป้าหมายในกรณีที่มีการประเมินระดับสถานศึกษา
    3. Do ส่งเสริมและพัฒนาการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล คุณธรรม และความโปร่งใส ปรับปรุงข้อมูลการเปิดเผยต่อสาธารณะบนเว็บไซต์ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน รวมทั้งดำเนินการตามองค์ประกอบและวิธีการประเมิน ITA Online ที่กำหนดสำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    4. Do กรณีมีการประเมิน ITA Online ระดับสถานศึกษา ให้แจ้งหลักเกณฑ์ คู่มือ ปฏิทิน และแนวทางดำเนินงานแก่สถานศึกษากลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งส่งเสริม สนับสนุน และให้คำปรึกษาในการจัดเตรียมข้อมูลและดำเนินการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
    5. Check กำกับ ติดตาม และตรวจสอบความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ITA Online ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษากลุ่มเป้าหมายในกรณีที่มีการประเมิน โดยตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล ความพร้อมของหลักฐาน และสถานะการดำเนินงานให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ การตรวจประเมินและการให้คะแนนให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบการประเมิน
    6. Act วิเคราะห์ผลการประเมิน ITA Online และข้อเสนอแนะของหน่วยงานผู้ประเมิน เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการบริหารงาน การเปิดเผยข้อมูล และการให้บริการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานศึกษากลุ่มเป้าหมายนำผลการประเมินไปพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสรุปและรายงานผลตามที่หน่วยงานต้นสังกัดกำหนด
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan ศึกษาหลักเกณฑ์ ตัวชี้วัด และแนวทางการประเมิน ITA Online ที่กำหนดสำหรับสถานศึกษา แต่งตั้งหรือมอบหมายผู้รับผิดชอบ และจัดทำแผนดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณธรรมและความโปร่งใสในการบริหารจัดการสถานศึกษา
    2. Do ปรับปรุงระบบบริหารจัดการและการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน ดำเนินการจัดเตรียมข้อมูลและหลักฐาน รวมทั้งเข้ารับการประเมิน ITA Online ตามองค์ประกอบ วิธีการ และระยะเวลาที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบกำหนด
    3. Check ติดตามและตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลและหลักฐานที่ใช้ในการประเมิน ตรวจสอบสถานะการดำเนินงานในระบบ ตลอดจนประเมินความพร้อมและแก้ไขข้อบกพร่องภายในระยะเวลาที่กำหนด
    4. Act นำผลการประเมิน ITA Online และข้อเสนอแนะมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดแนวทางปรับปรุงการบริหารจัดการ การเปิดเผยข้อมูล และการให้บริการของสถานศึกษาให้มีคุณธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้อย่างต่อเนื่อง
  • ตัวชี้วัดที่ 24

    ร้อยละ 100 ของโรงเรียนคุณภาพตามโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน (school grading)

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (17 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 24
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความพร้อมของโรงเรียนคุณภาพตามบัญชีรายชื่อเป้าหมาย โดยใช้เกณฑ์การประเมินมาตรฐานโรงเรียนคุณภาพของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครอบคลุมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านครู ด้านผู้เรียน และด้านการบริหารจัดการ เพื่อวิเคราะห์ช่องว่างระหว่างสภาพปัจจุบันกับเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด (Gap Analysis) และจัดทำแผนพัฒนาโรงเรียนคุณภาพระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับสถานศึกษาเป็นรายโรงเรียน โดยมุ่งให้โรงเรียนคุณภาพทุกแห่งผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนด และได้รับการพัฒนาคุณภาพให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    2. Plan วิเคราะห์ความจำเป็นและจัดลำดับความสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ และทรัพยากรทางการศึกษาแก่โรงเรียนคุณภาพ โดยคำนึงถึงผลการประเมินสภาพปัจจุบัน ความจำเป็นของแต่ละโรงเรียน ความคุ้มค่า และความพร้อมของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้และการให้บริการทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
    3. Do ส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารอัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนคุณภาพให้เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรและบุคลากรร่วมกันระหว่างโรงเรียนคุณภาพกับโรงเรียนเครือข่ายตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้และยกระดับคุณภาพผู้เรียน
    4. Do จัดให้มีการนิเทศ ติดตาม และให้คำปรึกษาแก่โรงเรียนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายศึกษานิเทศก์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงานสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ครอบคลุมมาตรฐานการประเมินทั้ง 4 ด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการประเมินและช่วยเหลือโรงเรียนในการแก้ไขข้อบกพร่องตามสภาพปัญหาที่พบ
    5. Do ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล สื่อและแหล่งเรียนรู้ ตลอดจนระบบบริหารจัดการที่จำเป็นของโรงเรียนคุณภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และสนับสนุนบทบาทการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการให้บริการทางการศึกษาแก่โรงเรียนเครือข่ายและชุมชน
    6. Check กำกับ ติดตาม และประเมินความก้าวหน้าในการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพตามมาตรฐานทั้ง 4 ด้าน โดยใช้เกณฑ์และวิธีการประเมินที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดสำหรับรอบการประเมินที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการประเมินความพร้อมเบื้องต้นและตรวจสอบหลักฐานเชิงประจักษ์ พร้อมแจ้งผลและข้อเสนอแนะให้สถานศึกษาทราบ เพื่อปรับปรุงข้อบกพร่องที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ และพัฒนาผลการประเมินในด้านที่ผ่านเกณฑ์แล้วให้มีคุณภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้รับผิดชอบหรือคณะทำงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมาย
    7. Act วิเคราะห์และสังเคราะห์ผลการประเมินมาตรฐานโรงเรียนคุณภาพ เพื่อสรุปผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ นำผลไปปรับปรุงแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาโรงเรียนคุณภาพในปีงบประมาณถัดไป พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน และเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ของโรงเรียนคุณภาพที่ประสบความสำเร็จ เพื่อขยายผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ปกครองและชุมชน
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan ประชุมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับมาตรฐานและเกณฑ์การประเมินโรงเรียนคุณภาพ (School Grading) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด พร้อมแต่งตั้งหรือมอบหมายคณะทำงานรับผิดชอบการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาตามมาตรฐานทั้ง 4 ด้าน โดยกำหนดเป้าหมายให้สถานศึกษาผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐานโรงเรียนคุณภาพ และมุ่งพัฒนาคุณภาพในระดับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    2. Plan วิเคราะห์ผลการประเมินตนเองและความพร้อมของสถานศึกษาตามมาตรฐานโรงเรียนคุณภาพทั้ง 4 ด้าน กำหนดแนวทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และจัดทำหรือปรับปรุงแผนพัฒนาการจัดการศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปีให้รองรับการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ โดยกำหนดกิจกรรม ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา และทรัพยากรที่จำเป็นอย่างชัดเจน
    3. Do สำรวจและปรับปรุงอาคารสถานที่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ สิ่งอำนวยความสะดวก และสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้สะอาด สวยงาม ปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้ ภายใต้แนวคิด “โรงเรียนสวย ห้องเรียนงาม” โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครู บุคลากร ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนาสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานโรงเรียนคุณภาพ
    4. Do พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาและกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ความถนัด ความสนใจ และศักยภาพของผู้เรียน รวมทั้งส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ ทักษะอาชีพ และทักษะที่จำเป็นแห่งอนาคต ตามบริบทและความพร้อมของโรงเรียนคุณภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพและสมรรถนะของผู้เรียนอย่างรอบด้าน
    5. Do ส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และใช้สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาสมรรถนะและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน โดยนำผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) การประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) และการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในระดับชั้นที่เกี่ยวข้อง มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ตลอดจนส่งเสริมความสามารถด้านภาษาอังกฤษตามกรอบมาตรฐาน CEFR ตามความเหมาะสมกับระดับชั้นและศักยภาพของผู้เรียน
    6. Do สร้างและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาร่วมกัน (Shared Resources) ตามความเหมาะสม เช่น การใช้ห้องปฏิบัติการ สื่อและแหล่งเรียนรู้ร่วมกัน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ของครู และการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนร่วมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสและยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในเครือข่าย
    7. Do Check ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่ายในการกำหนดแนวทางพัฒนา สนับสนุนทรัพยากร และติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานของโรงเรียนคุณภาพ โดยร่วมพิจารณาผลการประเมินตนเองและข้อเสนอแนะในการพัฒนาสถานศึกษา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
    8. Check ดำเนินการประเมินตนเองและติดตามความก้าวหน้าในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนคุณภาพทั้ง 4 ด้านอย่างเป็นระบบ รวบรวมและตรวจสอบเอกสารหลักฐานเชิงประจักษ์ตามตัวชี้วัดที่กำหนด และจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบที่สะดวกต่อการสืบค้นและตรวจสอบ เช่น แฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ (E-Portfolio) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประเมินมาตรฐานโรงเรียนคุณภาพ
    9. Act สรุปผลการประเมินตนเอง วิเคราะห์จุดที่ผ่านเกณฑ์และประเด็นที่ต้องพัฒนา พร้อมรายงานความก้าวหน้าต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หากพบว่ามาตรฐานหรือองค์ประกอบใดยังไม่ผ่านเกณฑ์ ให้กำหนดมาตรการปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน และสำหรับประเด็นที่ผ่านเกณฑ์แล้ว ให้กำหนดแนวทางยกระดับคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยนำผลการประเมินมาใช้ปรับปรุงแผนพัฒนาการจัดการศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปี
    10. Act เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการพัฒนาและความสำเร็จของโรงเรียนคุณภาพผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น เว็บไซต์สถานศึกษา กิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ (Open House) และการจัดแสดงผลงานผู้เรียน ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ปกครอง ชุมชน และโรงเรียนเครือข่าย และนำผลการดำเนินงานไปพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์ที่ 4 ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ

2 ตัวชี้วัด
  • ตัวชี้วัดที่ 25

    ร้อยละ 98 ของผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและทักษะพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 98
    แนวทางการพัฒนา (14 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 25
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ความเสี่ยงและสถิติภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อกำหนดแผนงาน/โครงการ เพื่อส่งเสริม สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่สถานศึกษาเพื่อให้ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษามีทักษะในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบและทุกประเภท
    2. Plan จัดทำแนวทางส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษามีการดำเนินงานที่มีความชัดเจน ครอบคลุมความปลอดภัย 4 กลุ่มภัยและภัยรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ ตามบริบทของพื้นที่ ได้แก่ ภัยที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ ภัยที่เกิดจาก
    3. การถูกละเมิดสิทธิ์ ภัยที่เกิดจากผลกระทบทางสุขภาวะทางกายและจิตใจ
    4. Do ดำเนินการพัฒนาครู บุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจตามขอบข่ายความปลอดภัยของสถานศึกษา 4 กลุ่มภัย และภัยรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ และสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้เรียนได้
    5. Do มีการสร้างเครือข่าย ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก (เช่น ตำรวจ, สาธารณสุข, พมจ.) ในการร่วมกันให้ความรู้ เพื่อป้องกัน ดูแลช่วยเหลือ แก้ไข เมื่อเกิดการเสียชีวิต การได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย จิตใจ และอันตรายจากภัยต่างๆ ของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและสถานศึกษา
    6. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลการดำเนินงาน โดยเน้นการตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยและการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุของสถานศึกษา
    7. Check Act เผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน รายงานผลการดำเนินงานการจัดการศึกษาความปลอดภัยในสถานศึกษา
    8. Act นำผลการดำเนินงาน และผลที่ได้จากการจัดการความรู้มาปรับปรุง แก้ไขปัญหาและถอดบทเรียน พัฒนาต่อยอดวิธีการดำเนินงานในปีถัดไป
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan กำหนดมาตรการ แนวทางปฏิบัติ โครงการ กิจกรรม ให้สอดคล้องกับนโยบาย จุดเน้น/แผนงาน/โครงการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจกับผู้เรียนเกี่ยวกับการรับมือภัย 4 กลุ่มภัยและภัยรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ และจัดทำแผนความปลอดภัยสถานศึกษา
    2. Do ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจตามขอบข่ายความปลอดภัยของสถานศึกษา 4 กลุ่มภัย และภัยรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ เพื่อให้สามารถดูแลนักเรียนและระงับเหตุเบื้องต้นได้
    3. Do บูรณาการการเรียนการสอนและจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้เรียน เกี่ยวกับการรับมือภัย 4 กลุ่มภัย และภัยรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ รวมถึงการจัดกิจกรรมฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง
    4. Do มีการสร้างเครือข่าย ผู้ปกครองและชุมชน ในการร่วมมือให้ความรู้ความเข้าใจและทักษะเพื่อรับมือภัย 4 กลุ่มภัย และภัยรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ และร่วมเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังความปลอดภัย
    5. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผล ความรู้และทักษะการเอาตัวรอดของผู้เรียนรายบุคคล
    6. Act สรุป ทบทวน วิเคราะห์ และรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมเผยแพร่ผลการดำเนินงาน และพัฒนาต่อยอดวิธีการดำเนินงานในปีถัดไป เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
  • ตัวชี้วัดที่ 26

    ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาที่มีการประเมินความเสี่ยง และมีแผนเผชิญเหตุ/มาตรการด้านความปลอดภัย และมีการดำเนินการตามแผนอย่างเป็นระบบ

    ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100
    แนวทางการพัฒนา (12 ข้อ) ของตัวชี้วัดที่ 26
    ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
    1. Plan ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลสถิติความไม่ปลอดภัยและบริบทความเสี่ยงของสถานศึกษาในสังกัด เพื่อกำหนดจุดเน้นและจัดทำแนวทางการประเมินความเสี่ยงของสถานศึกษาในการดำเนินการด้านความปลอดภัย ตามขอบข่ายความปลอดภัยของสถานศึกษา 4 กลุ่มภัย และภัยรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ
    2. Do พัฒนาศักยภาพผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบงานความปลอดภัย ให้มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) และการจัดทำแผนเผชิญเหตุ
    3. Do ส่งเสริม สนับสนุน ให้เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีการประเมินความเสี่ยงและมีแผนเผชิญเหตุ/มาตรการด้านความปลอดภัย/มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุในการรับมือด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา รวมถึงกิจกรรมในการสร้างความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือทักษะในการรับมือด้านความปลอดภัย (Safety Action) ตามขอบข่ายความปลอดภัยของสถานศึกษา 4 กลุ่มภัยและภัยรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ ผ่านระบบ MOE Safety Center
    4. Do ส่งเสริม สร้างขวัญและกำลังใจให้กับสถานศึกษาในการดำเนินการด้านความปลอดภัย (Safety Action) ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น (Best Practice) ตามขอบข่ายความปลอดภัยของสถานศึกษา 4 กลุ่มภัย และภัยรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ
    5. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลการดำเนินงาน และเผยแพร่ผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน โดยเน้นการลงพื้นที่สุ่มตรวจการซ้อมแผนเผชิญเหตุจริง
    6. Act นำผลการดำเนินงานและผลที่ได้จากการจัดการความรู้มาปรับปรุง แก้ไขปัญหาและถอดบทเรียน (Lessons Learned) พัฒนาต่อยอดวิธีการดำเนินงานในปีถัดไป ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    ระดับสถานศึกษา
    1. Plan แต่งตั้งคณะทำงานความปลอดภัยสถานศึกษา และมีการประเมินความเสี่ยงตามแนวทางประเมินสถานศึกษาในการดำเนินการด้านความปลอดภัย (Safety Action) ตามขอบข่ายความปลอดภัยของสถานศึกษา 4 กลุ่มภัยและภัยรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ อย่างรอบด้าน
    2. Plan มีแผนเผชิญเหตุ/มีมาตรการด้านความปลอดภัย กิจกรรมในการสร้างความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือทักษะในการรับมือด้านความปลอดภัย (Safety Action) ตามขอบข่ายความปลอดภัยของสถานศึกษา 4 กลุ่มภัยและภัยรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ ที่สอดคล้องกับผลการประเมินความเสี่ยง
    3. Do ดำเนินการตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัย/การซ้อมแผนเผชิญเหตุในการรับมือด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา (Simulation Drill) กิจกรรมในการสร้างความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรือทักษะในการรับมือด้านความปลอดภัย (Safety Action) ตามขอบข่ายความปลอดภัยของสถานศึกษา 4 กลุ่มภัยและภัยรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ อย่างเคร่งครัด
    4. Do มีการสร้างเครือข่ายในความร่วมมือในด้านความปลอดภัยของสถานศึกษา กับชุมชนและหน่วยงานภายนอก (เช่น ตำรวจ, สาธารณสุข, ปภ.)
    5. Check นิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผล ประสิทธิภาพของมาตรการและการซ้อมแผนเผชิญเหตุ
    6. Act สรุป ทบทวน วิเคราะห์ และรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมเผยแพร่ผลการดำเนินงาน และนำผลการประเมินความเสี่ยงมาปรับปรุงแผนความปลอดภัยเพื่อพัฒนาต่อยอดวิธีการดำเนินงานในปีถัดไป